สัมผัสความงามแบบเมืองนอกอยู่แค่เมืองไทย
สำหรับใครที่อยากหลีกหนีความวุ่นวายในเมือง มาพักใจท่ามกลางธรรมชาติ — ไม่ต้องบินไกลถึงยุโรปหรือญี่ปุ่น เพราะเมืองไทยเราก็มีมุมธรรมชาติที่งดงามไม่แพ้ใครในโลก ทั้งภูเขา ทุ่งหญ้า ป่าเมฆ และผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ เหมาะกับสายรักธรรมชาติและนักเดินทางยุคใหม่ที่อยากเที่ยว แบบยั่งยืน
1.ภูกระดึง จ.เลย — เส้นทางแห่งการพิชิตใจตัวเอง
ฟีลเหมือนเดินป่าที่ Yosemite National Park สหรัฐฯ ภูกระดึงคือสัญลักษณ์ของนักท่องเที่ยวสายลุยที่อยากทดสอบความแกร่งและสัมผัสธรรมชาติอันสมบูรณ์ ด้านบนมีทั้งทุ่งหญ้า สนสามใบ น้ำตก และจุดชมพระอาทิตย์ขึ้น–ตกที่โรแมนติกสุดๆ
แนะนำ: พกขวดน้ำส่วนตัวและลดขยะพลาสติกบนเส้นทาง เพื่อรักษาความงามของภูกระดึงให้อยู่กับเราไปนานๆ
2.ดอยหลวงเชียงดาว จ.เชียงใหม่ — ฟีลเทือกเขาแอลป์
ภูเขาหินปูนสูงตระหง่านที่ถือเป็น Unesco Biosphere Reserve แห่งหนึ่งของไทย ใครที่ได้ขึ้นไปสัมผัสจะรู้สึกเหมือนหลุดไปอยู่สวิตเซอร์แลนด์ ทั้งทะเลหมอกที่ลอยต่ำ และวิวทิวเขาสลับซับซ้อนสุดอลังการ
เดินป่าอย่างมีสติ ไม่เก็บพันธุ์ไม้หายากกลับบ้าน
3.เขาสก จ.สุราษฎร์ธานี — กุ้ยหลินเมืองไทย
อ่างเก็บน้ำเชี่ยวหลานกับภูเขาหินปูนกลางน้ำใสสีมรกต เหมือนภาพวาดจากจีนตอนใต้ แต่ที่นี่คือแดนใต้ของเราเอง
พักแพแบบ Eco-Resort ที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ เป็นการสนับสนุนการท่อง เที่ยว เชิงอนุรักษ์โดยตรง
4.อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จ.นครราชสีมา — ป่ามรดกโลกของไทย
ด้วยผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ เหมาะสำหรับดูสัตว์ป่า ส่องนก และเดินเทรลเบาๆ ฟีลเหมือนป่าฝนใน Costa Rica
เคารพกฎอุทยาน ไม่ส่งเสียงดัง ไม่ให้อาหารสัตว์ป่า
5.ภูสอยดาว จ.อุตรดิตถ์ — ทุ่งดอกไม้และม่านหมอก
ในฤดูฝน ทุ่งหญ้าบนภูสอยดาวจะเต็มไปด้วยดอกหงอนนาคสีม่วงละมุนตา ฟีลคล้าย Provence ฝรั่งเศส แต่มีความขลังของป่าเมืองไทย
รักษาธรรมชาติด้วยการไม่เด็ดดอกไม้หรือเหยียบย่ำพื้นที่อ่อนไหว
6.บ้านรักไทย จ.แม่ฮ่องสอน — หมู่บ้านจีนยูนนานในหุบเขา
หมู่บ้านเล็กๆ กลางทะเลหมอกที่ให้ฟีลเหมือนอยู่ชนบทในจีนยูนนาน ทะเลสาบนิ่งสงบ ล้อมรอบด้วยไร่ชาและบ้านดินสีอบอุ่น
สนับสนุนชุมชนโดยการซื้อของท้องถิ่นหรือพักโฮมสเตย์ของชาวบ้าน
7.อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จ.พิษณุโลก — ฟีลยุโรปแบบลึกลับ
เต็มไปด้วยโขดหินรูปร่างแปลกตา ป่าสน และอากาศเย็นสบายตลอดปี เหมาะกับสายถ่ายรูปและนักเดินทางที่ชอบความเงียบสงบ
ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการเก็บขยะกลับลงจากภูทุกครั้ง
8.ป่าสนวัดจันทร์ จ.เชียงใหม่ — ความนิ่งสงบในป่าสนสองใบ
ที่นี่คือ “ญี่ปุ่นเมืองไทย” ที่หลายคนตกหลุมรัก ภาพป่าสนเรียงรายกับสายหมอกตอนเช้า เหมือนอยู่ในเมืองคารุอิซาวะของญี่ปุ่น
แนะนำให้มาโดยรถร่วมเดินทางเพื่อลดการปล่อยคาร์บอน
9.อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ — ทุ่งหญ้าและทะเลหมอก
วิวกว้างไกลสุดสายตาในยามเช้า ให้ฟีลเหมือนขับรถอยู่ใน New Zealand อากาศเย็นเกือบทั้งปี เหมาะกับการตั้งแคมป์หรือดูดาวกลางคืน
ใช้เต็นท์ส่วนตัวหรือเช่าจากอุทยานเพื่อลดการใช้ทรัพยากรฟุ่มเฟือย
10.ดอยอ่างขาง จ.เชียงใหม่ — สัมผัสเมืองหนาวในไทย
อากาศหนาวเย็นตลอดปี มีสวนดอกไม้เมืองหนาวและไร่สตรอว์เบอร์รีให้ชม เหมือนหลุดเข้าไปในชนบทอังกฤษ
สนับสนุนเกษตรอินทรีย์ของชาวเขา โดยเลือกซื้อผลผลิตที่ปลอดสารเคมี
สรุป
เที่ยวไทยให้ยั่งยืน ธรรมชาติไทยงดงามไม่แพ้ที่ใดในโลก แต่จะคงอยู่ต่อได้ก็ขึ้นอยู่กับ “พวกเรา” นักท่องเที่ยวที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมทุกย่างก้าว — เที่ยว อย่างรู้คุณค่า เก็บขยะกลับบ้าน ปิดไฟก่อนออกจากที่พัก และเลือกใช้สินค้าท้องถิ่น เท่านี้ก็ช่วยโลกได้แล้ว